พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
รัชกาลที่ 2  ( พ.ศ. 2352-2367 )
               
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นพระราชโอรสในรัชกาลที่ 1 และสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ ทรงพระราชสมภพ ณ ตำบลอัมพวา เมืองสมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2310 พระนามเดมิว่า “ฉิม” เมื่อพระชนมายุได้ 2 พรรษา พระราชบิดาเข้ามารับราชการในพระเจ้ากรุงธนบุรี และมักโดยเสด็จพระราชบิดาไปศึกสงครามแทบทุกครั้งตั้งแต่พระองค์ทรงพระเยาว์เพียง 8 พรรษา


                    ทรงรับราชการในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงได้รับการสถาปนาเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล พระมหาอุปราช เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกสวรรคต พระองค์ได้เสวยราชสมบัติสืบสันตติวงศ์นับเป็นรัชกาลที่ 2 แห่งราชวงศ์จักรี
                    ทรงปรับปรุงระบบการปกครองประเทศตลอดทั้งหัวเมืองประเทศให้มั่นคงยิ่งขึ้น ทรงฟื้นฟูประเพณีทางพระศาสนา ทางสร้างและบูรณะปฏิสังขรณ์วัดวาอารามที่สำคัญคือ วัดอรุณราชรวราราม ซึ่งต่อมาถือว่าเป็นวัดประจำรัชกาล ด้านต่างประเทศได้ทรงรักษาพระราชไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้านมิให้ขุ่นมัว ทรงผูกสัมพันธไมตรีกับประเทศอังกฤษ และโปรตุเกส ทั้งยังส่งทูตไปเจริญไมตรีกับกรุงปักกิ่ง เพื่อดำเนินการค้าขายติดต่อกับประเทศเหล่านั้นด้วย
                    การฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมในรัชกาลของพระองค์ เช่น งานปฏิมากรรม มีการปั้นพระพุทธรูปในรูปแบบวางพระหัตถ์ขวาตั้งเป็นฉาก จะเห็นได้จาก พระประธานในโบสถ์วัดอรุณฯ และตามระเบียงคด ซึ่งเป็นของหลวงฝีมือช่างในรัชกาลที่ 2
                    พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงเป็นศิลปินผู้เชี่ยวชาญศิลปการช่างทุกแขนง เป็นว่าทางด้านกวีนิพนธ์ นาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ พระราชกรณียกิจที่สำคัญ นอกจากทรงสร้างวัดอรุณราชวราราม แล้วยังโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระวิหารวัดสุทัศน์ต่อจากที่ค้างอยู่แต่รัชกาลที่ 1 ทรงจำหลักบานประตูพระวิหารวัดสุทัศน์เทพวราราม
                    ด้านวรรณกรรมอันเป็นสมบัติล้ำค่า เป็นเครื่องวัดความเจริญของวัฒนธรรมประจำชาติแขนงหนึ่ง ซึ่งได้รับการฟื้นฟูให้ปรากฏอยู่เป็นสมบัติของชาติ หลังจากถูกทำลายเนื่องจากภัยสงครามโดยอริราชศัตรูแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยธยา มิฉะนั้นก็จะเสื่อมสูญสลายไปจนหมดสิ้น ทรงรวบรวมวรรณกรรมเก่าสืบต่อจากรัชกาลที่ 1 อันมีทั้งวรรณกรรมทั้งพระศาสนา และวรรณกรรมทางจารีตประเพณีและประวัติศาสตร์ชาติไทย
                    ในสมัยรัชกาลที่ 1 นั้น มีกวีสำคัญหลายคน นับแต่กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาถ, กรมพระราวังหลัง, เจ้าพระยาคลัง (หน) พระยาธรรมปรีชา (แก้ว) พระเทพโมลี (กลิ่น) และสมเด็จพระวันรัต (องค์ซึ่งเป็นอาจารย์ของสมเด็จกรมพระปรมานุชิตชิโนรส) เป็นต้น
                    ครั้นในรัชกาลที่ 2 บ้านเมืองคืนสู่สภาพสงบจากภัยสงคราม ราชสำนักและชาวอาณาประชาราษฎร์ มีโอกาสรจนาบทกลอน และวรรณกรรมต่างๆ มากขึ้น กวีเด่นๆ แห่งราชสำนักหลายคน มีผลงานต่อเนื่องไปจนถึงรัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 4 เช่น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส สมเด็จกรมพระยาเดชาดิศร พระสุนทรโวหาร (สุนทรภู่) นายนรินทร์ธิเบศร์ (อิน) พระยาตรัง เป็นต้น
                    ในแผ่นดินรัชกาลที่ 2 นี้ มีช้างเผือกเอกมาสู่พระบารีถึง 3 เชือก เป็นมูลเหตุให้มี “ธงช้าง” เป็นสัญลักษณ์ธงชาติไทยตั้งแต่นั้น เป็นการฟื้นฟูจิตใจของราษฎรในประเทศชาติอีกทางหนึ่งด้วย
                    พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พุทธศักราช 2367 อยู่ในราชสมบัติ 15 ปีเศษ

สรุปเหตุการณ์สำคัญในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

2352

เสด็จขึ้นครองราชย์
เจ้าฟ้ากรมขุนกษัตรานุชิต คุณหนูดำและเจ้าจอมมารดาสำลี คิดกบฏหลังจากครองราชย์ได้เพียง 3 วัน
พม่าตีเมืองถลาง

2353

ราชทูตญวนมาขอเอาเมืองบันทายมาศ
ส่งราชทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีครั้งแรกกับประเทศจีน

2354

โปรดเกล้าฯให้เจ้านายไปกำกับราชการตามกระทรวงต่างๆ
เกิดอหิวาตกโรคครั้งใหญ่ ผู้คนตายมาก
โปรดเกล้าฯให้กองทัพไทยเข้าไประงับความวุ่นวายในกัมพูชา

2359

ปรับปรุงการสอบพระปริยัติธรรม กำหนดเป็น 9 ประโยค

2360

เริ่มพิธีวิสาขบูชาเป็นครั้งแรก

2361

ขยายเขตพระบรมมหาราชวังจนจรดวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

2362

หมอจัสสัน มิชชันนารีประจำร่างกุ้งหล่อตัวพิมพ์อักษรไทยได้เป็นครั้งแรก

2367

เสด็จสวรรคต